สาเหตุที่หลายคนทำ Thermage แล้วไม่เห็นผล

Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับ ที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (non-invasive Radio Frequency; RF) ทำให้เกิดความร้อนใต้ผิวที่มากพอจนเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ความร้อนใต้ผิวที่เหมาะสมจนกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) เกิดจากการปล่อยพลังงานซ้ำๆ ลงไปบนผิว ให้เกิดความร้อนสะสมใต้ผิวประมาณ 50-60 °c นี่คือสาเหตุที่การทำเทอร์มาจต้องใช้เวลาในการทำ ต้องยิงพลังงานและจำนวนช็อตให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล

ทำไมทำ Thermage แล้วไม่เห็นผล หนึ่งในสาเหตุที่หลายคนทำ Thermage แล้วไม่เห็นผล คือ จำนวนช็อตในการยิง ไม่เพียงพอ เนื่องจากการแบ่งหัวยิง Thermage ยิงจำนวนน้อยในบริเวณที่กว้าง ทำให้ความร้อนสะสมใต้ผิวไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ไม่เห็นผล หรือผลลัพธ์อยู่ไม่นาน การยิงต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ในการประเมินรูปหน้า และออกแบบการยิงตาม Vector ที่ช่วยให้ใบหน้ายกกระชับได้ดี ผลลัพธ์ที่ดีจึงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ผู้รักษา

ผลการรักษาหลังทำ Thermage FLX

  • ผิวกระชับ ลดความหย่อนคล้อย ใบหน้าเข้ารูป และดูอ่อนเยาว์
  • ลดริ้วรอย
  • ลดรูขุมขนกว้าง
  • ผลลัพธ์หลังทำ ผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 2-6 เดือน จากการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่เพิ่มขึ้น และอยู่ได้นาน 1-2 ปีหลังทำ ขึ้นกับสภาพผิวและอายุ
  • สามารถทำได้หลายบริเวณนอกจากใบหน้า Thermage FLX ยังสามารถทำรอบดวงตา บริเวณที่ผิวหนังหย่อนคล้อย เช่น บริเวณหน้าท้องหลังคลอด ท้องแขน หรือ หัวเข่า เป็นต้น

ข้อห้ามในการทำ Thermage FLX

  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถยกกระชับด้วย Thermage FLX ได้ (pacemaker, an implantable cardioverter/defibrillator (ICD), electronic implantable device)
  • มีผื่นผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อบนผิวที่ต้องการรักษา
  • ตั้งครรภ์

ความรู้สึกขณะทำและหลังทำ

ความรู้สึกก่อนทำ ช่วงเริ่มต้นทำ คนไข้อาจจะไม่รู้สึกหรือจะรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิว เมื่อทำไปเรื่อย ๆ และเกิดพลังงานความร้อนสะสมใต้ผิว จะรู้สึกอุ่นขึ้นหรือร้อนใต้ผิว แต่เป็นความร้อนในระดับที่ทนได้ หากร้อนมากเกิน ให้แจ้งแพทย์ระหว่างที่ทำทันที

ความรู้สึกหลังทำ ผิวหลังทำอาจแดงขึ้นเล็กน้อย และรู้สึกอุ่นๆใต้ผิว  สามารถล้างหน้า ทาครีมและใช้เครื่องสำอางได้ตามปกติ แนะนำให้ใช้ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป เป็นประจำทุกวัน https://www.theklinique.com/new-thermage-flx/

สอนทำอาหารพร้อมเสริมสร้างการเรียนรู้ทักษะให้กับด็ก ๆ

เชื่อไหมว่าเพียงแค่คุณพ่อคุณแม่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในกระบวนการทำอาหาร ก็เป็นวิธีการที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ได้อย่างคาดไม่ถึง การชวนลูกเข้าครัวที่ช่วยทั้งกระตุ้นความสนุกสนานให้กิจกรรมสอนทำอาหารธรรมดา ๆ ไม่น่าเบื่อ พร้อมเสริมสร้างการเรียนรู้ทักษะชีวิตรอบด้านผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง ชวนเด็ก ๆ มามีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการคิดเมนู สำรวจวัตถุดิบที่มีอยู่ จดรายการของขาดที่ต้องซื้อ เป็นกระบวนการง่าย ๆ ที่ช่วยฝึกเด็กให้ช่างสังเกต รู้จักคิดและวางแผนเป็น ทำงานได้อย่างเป็นระบบตามลำดับที่เหมาะสม โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกให้ลูกกำหนดเป้าหมายและวางแผนง่าย ๆ ในครัวเริ่มจาก

  • สอนทำอาหารให้เด็กมีส่วนร่วมในการคิดเมนูอาหารที่เขาอยากทำหรือชื่นชอบ
  • ลองให้เด็กวางแผนวิธีการทำอย่างไร? ต้องใส่อะไรบ้าง? เพื่อเสริมพัฒนาการและความเข้าใจจากการเรียนรู้ขั้นตอนการทำอาหาร รวมถึงทำความรู้จักวัตถุดิบแปลกใหม่ที่ต้องใช้ ในกระบวนการนี้เด็กๆ สามารถเรียนรู้ หาข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบแต่ละชนิดได้อีกด้วย
  • หลังจากนั้นชวนกันมาสำรวจตู้เย็นที่บ้านว่ามีวัตถุดิบเหล่านั้นหรือไม่? หรือเข้าสามารถหาวัตถุดิบเหล่านั้นได้จากที่ไหน เป็นต้น

ขั้นตอนสอนทำอาหารนี้สามารถสอดแทรกการเรียนรู้เรื่องราวโภชนาการและประโยชน์ของวัตถุดิบแต่ละชนิด ส่งเสริมให้เด็กๆ ฝึกการคิดวิเคราะห์ สำรวจ วางแผนเป็นขั้นเป็นตอนและได้ลงมือปฏิบัติจริง เช่น เด็ก ๆ สามารถปลูกผักสวนครัวด้วยตัวเอง แล้วมาใช้ในเมนูของเขาเองได้ ซึ่งจะเป็นทักษะพื้นฐานในการจัดการชีวิตอย่างเป็นระบบเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ช่วยเตรียมวัตถุดิบในการสอนทำอาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็ก วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของสมองและประสาทสัมผัส คือการมอบหมายให้ช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในครัว เช่น การเตรียมวัตถุดิบ ลองหยิบจับสิ่งของเครื่องใช้ในครัว ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มให้ลูกช่วยเป็นลูกมือง่าย ๆ เช่น

  • ฝึกให้เด็กหยิบจับข้าวของเครื่องใช้ในครัวหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้คุ้นเคย
  • ลองให้ ชั่ง ตวง วัด เครื่องปรุง หรือส่วนผสม โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนเรื่องตัวเลขและน้ำหนักไปได้ในตัว
  • ทดลองใช้แรงและฝึกทักษะในการเตรียมวัตถุดิบประกอบอาหาร เช่น ตอกไข่, หั่นผัก, ล้างผัก, นวดแป้ง, กดแม่พิมพ์ ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กโดยเฉพาะนิ้วมือได้ดีทีเดียว รวมถึงฝึกความสัมพันธ์ระหว่างมือและสายตาที่ต้องทำงานประสานกัน ถือว่าเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและสมองไปพร้อมกัน